พัทลุง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  เพิ่ม 10 ราย สะสมรวมแล้ว 21 ราย

พัทลุง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ เพิ่ม 10 ราย สะสมรวมแล้ว 21 ราย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดพัทลุงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในวันแรก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2564 จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจที่มาฝึกงานใน สภ.ตะโหมด ที่ติดเชื้อมาจากมารดาในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และมาแพร่เชื้อแก่เพื่อนนักนักเรียนนายสิบตำรวจที่มาฝึกงานด้วยกันใน สภ.ตะโหมด อีก 1 ราย รวมเป็น 2 ราย ซึ่งเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 พบว่า จังหวัดพัทลุงได้พบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเป็น 11 ราย ประกอบด้วย ผู้ป่วยในพื้นที่ อ.ตะโหมด 2 ราย (พบในวันที่ 10 เมษายน 2564) อ.ปากพะยูน 5 ราย อ.ควนขนุน 2 ราย อ.เมืองพัทลุง 1 ราย และ อ.ป่าบอน 1 ราย
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่ามีการนำผู้ใกล้ชิดและผู้สัมผัสกับผู้ป่วยทั้ง 11 คนไปตรวจหาสารคัดหลั่ง จำนวน 72 ราย ซึ่งผลการตรวจได้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 10 ราย ประกอบด้วย

  1. อ.ควนขนุน 7 ราย (รวมเป็น 9 ราย)
  2. อ.เมืองพัทลุง 1 ราย (รวมเป็น 2 ราย)
  3. อ.ปากพะยูน 1 ราย (รวมเป็น 6 ราย)
  4. อ.ป่าบอน 1 ราย (รวมเป็น 2 ราย)

ทำให้ขณะนี้จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยในวันเดียวกัน (ที่ 17) เพิ่มขึ้น 10 ราย ประกอบด้วย อ.ควนขนุน 9 ราย, อ.เมืองพัทลุง 2 ราย, อ.ตะโหมด 2 ราย, อ.ปากพะยูน 6 ราย และ อ.ป่าบอน จำนวน 2 ราย รวมทั้งสิ้น 21 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ดังกล่าวทั้ง 10 คน เป็นผู้ป่วยที่ตรวจเฝ้าระวังเชิงรุกที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันเดิม สำหรับผู้ป่วยในพื้นที่ อ.ควนขนุน นั้นมาจากการแพร่เชื้อของผู้ป่วยจากนักท่องเที่ยวชาว อ.จะนะ จ.สงขลา ที่เข้ามาพักในแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ควนขนุน ส่วนผู้ป่วยในพื้นที่ อ.ปากพะยูน นั้นเป็นการติดเชื้อกันในครอบครัว 4 ราย ประกอบด้วย พ่อ แม่ บุตรชาย และบุตรสาว ก่อนที่จะแพร่เชื้อไปยังเพื่อนของบุตรชายและบุตรสาวเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย รวมเป็น 6 รายดังกล่าว

ในขณะที่จังหวัดออกประกาศยกระดับมาตรการการป้องกัน ห้ามจัดงานเลี้ยง ห้ามรวมกลุ่มเกิน 50 คน ห้ามจำหน่ายและดิ่มสุราในร้านอาหาร งดการเรียนการสอบในห้องเรียน ทำให้บรรยากาศโดยทั่วไปของจังหวัดพัทลุง เป็นไปอย่างเงียบเหงา ประชาชนในพื้นที่ต่างวิตกกังวล ส่วนใหญ่จะไม่ออกจากบ้านหากไม่จำเป็น ส่วนที่ออกจากบ้านเพราะความจำเป็น ก็มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง และตามร้านค้าต่าง ๆ ก็มีการวางเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการประชาชนให้ล้างมือด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย ชำนิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประสานให้ทุกมหาวิทยาลัยเปิดโรงพยาบาลสนามทุกจังหวัด และให้ประสานงานโดยทันทีกับทางจังหวัดสาธารณสุขในพื้นที่ และดำเนินการร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ที่สำคัญให้อธิการบดีทุกมหาวิทยาลัยรายงานสถานการณ์ในพื้นที่มายังศูนย์ปฏิบัติการและบริหารการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ศปก.อว.) เพื่อการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนั้น

ทางด้านมหาวิทยาลัยทักษิณ โดยสำนักส่งเสริมการบริการวิชาการและภูมิปัญญาชุมชน ตำบลพนางตุงอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นโรงพยาบาลสนามจำนวน 350 เตียง แต่สามารถเพิ่มได้ถึง 500 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงได้ หากมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น สำหรับโรงพยาบาลสนามในเครือข่ายของ อว. ที่พร้อมดำเนินการมี 23 แห่ง จำนวน 7,530 เตียง ทั่วทุกภาคของประเทศ.